เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น

กัลยาณมิตรที่เป็นคนดี คนมีปัญญาและคุณธรรม เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ เพื่อน หนังสือ สื่อมวลชน และวัฒนธรรม ซึ่งให้ข่าวสารที่ถูกต้อง สั่งสอนอบรมและแนะนำไปในทางที่ดีงาม
๒. โยนิโสมนสิการเป็นปัจจัยภายใน คือ การรู้จัดคิด คิดอย่างมีระเบียบ และถูกวิธี หมายถึง การรู้จักมองสิ่งทั้งหลายด้วยความคิดพิจารณา รู้จักสืบสาวหาเหตุผล แยกแยะสิ่งนั้นๆ หรือปัญหานั้นๆออก ให้เห็นตามสภาวะและตามความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยโดยไม่นำกิเลสตัณหาเข้าจับ๕๘ นั่นหมายถึง ความรู้จักคิด คิดเป็น คิดอย่างมีระเบียบ สาวหาเหตุจนตลอดสายตามแนวทางของปัญญา ที่พิจารณาสิ่งทั้งหลายตามสภาวะ เป็นองค์ธรรมที่จำเป็นสำหรับการมีชีวิตที่ดีงาม๕๙
การคิดแบบโยนิโสมนสิการ ทำให้มองเห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง เข้าใจในปัญหาและหนทางแก้ไขอย่างชัดเจน และเป็นธรรมที่มีคุณประโยชน์มาก เพราะเป็นเหตุให้เกิดปัญญาในการทำกิจทั้งปวง
พระพุทธเจ้าทรงกล่าวถึงอุปการคุณของโยนิโสมนสิการไว้ว่า “..ธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล เป็นส่วน Read more »

category: Uncategorized    

เมื่อผู้นำใดที่มีสัมมาทิฏฐิเป็นที่ตั้งในการดำเนินชีวิต ผู้นำนั้นจะมีความคิดที่นำไปสู่การกระทำ และคำพูดในทางที่ถูกต้อง

กัลยาณมิตรว่า “ภิกษุผู้มีกัลยาณมิตรพึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ ทำอริยมรรคมีองค์ ๘ ให้มาก…”๖๓
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้นำได้พบกัลยาณมิตรที่เป็นแหล่งหนึ่งของปัญญาแล้ว พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในเกสปุตติสูตร๖๔ ที่ไม่ให้พุทธบริษัทเชื่อสิ่งใดโดยง่ายดังนั้นผู้นำจำต้องมีโยนิโสมนสิการ เพื่อพิจารณาข้อมูลต่างๆ นั้นให้ถ่องแท้ด้วยตนเองก่อนที่จะเชื่อ หรือก่อนที่จะนำมาปฏิบัติกระทำกิจต่างๆ อาจกล่าวได้ว่าโยนิโสมนสิการนั้น เป็นองค์ธรรมที่สำคัญที่ควรเจริญให้เกิดภายในใจของผู้นำตลอดเวลา และเป็นฐานของความรู้ความเข้าใจต่างๆ ในการทำกิจทั้งปวง
เมื่อผู้นำใดที่มีสัมมาทิฏฐิเป็นที่ตั้งในการดำเนินชีวิต ผู้นำนั้นจะมีความคิดที่นำไปสู่การกระทำ และคำพูดในทางที่ถูกต้อง เช่น เมื่อเกิดปัญหา ผู้นำจะศึกษาปัญหาหรือเหตุแห่งปัญหาที่เป็นทุกข์จนถึงแก่นให้รู้ถึงความจริงที่ถ่องแท้ สาวไปหาเหตุปัจจัยโดยปราศจากอคติและกิเลสตัณหาใดๆ เพื่อนำไปสู่ปัญญา Read more »

category: Uncategorized    

กระบวนการทางความคิดนี้ จะนำไปสู่ความเห็นที่เป็นสัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิก็ได้

ดังนั้นการมีโยนิโสมนสิการเป็นประจำในการดำเนินชีวิต เป็นการพิจารณาความคิดอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อขึ้นมา จะทำให้เข้าใจถึงเหตุปัจจัยได้สมควรถูกต้อง ปราศจากอคติ กิเลสตัณหาจะไม่เข้าแทรกแซง เกิดความเห็นที่ดีและถูกต้อง (สัมมาทิฏฐิ) เมื่อความเห็นที่ถูกต้องนั้นนำไปเกิดความคิดที่ถูกต้อง (สัมมาสังกัปปะ)ไม่ว่าจะเพื่อการกระทำการใดๆ ผลของการกระทำนั้นจะออกมาถูกต้องตามที่ต้องการ เป็นความสุขความสำเร็จในชีวิต
เมื่อโยนิโสมนสิการเป็นฐานของสัมมาทิฏฐิ และสัมมาทิฏฐิเป็นเบื้องต้นขององค์ธรรมอื่นๆในอริยมรรค ซึ่งได้กล่าวถึงความเห็นที่ถูกต้องก่อให้เกิดความคิดที่ถูกต้อง และความคิดที่ถูกต้องนำไปสู่การดำเนินชีวิตที่ดีงามทั้งในการกระทำ และการพูด นั่นคือ สัมมาทิฏฐิ ก่อให้เกิดสัมมาสังกัปปะ และนำไปสู่สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ อันเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จของชีวิตทางด้านอาชีพ การงาน ครอบครัว และสังคม ส่วนทางด้านจิตใจ คือทำให้มี สัมมาวายามะ สัมมาสติ และ Read more »

category: Uncategorized    

วจีสุจริต ๔ คือ

(๑) วจีสุจริต ๔ คือ การพูดจริง การพูดไม่ส่อเสียดหรืออาจกล่าวว่าการพูดแต่คำที่ประสานสามัคคี การพูดคำสุภาพ และการพูดพอประมาณ๖๕
(๒) วาจาสุภาษิต คือ การพูดถูกกาล การพูดคำจริง การพูดคำอ่อนหวาน การพูดคำประกอบด้วยประโยชน์ และการพูดด้วยเมตตาจิต๖๖
๔. สัมมากัมมันตะ
สัมมากัมมันตะ คือ การกระทำชอบ เป็นการกระทำที่เว้นจากความประพฤติไม่ดีทางกาย ๓ ประการ คือ การไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ลักทรัพย์ และการไม่ประพฤติผิดในกาม และถึงพร้อมด้วยการมีเมตตากรุณา การมีสัมมาอาชีพ รวมถึงการกระทำใดๆอันพึงก่อเกิดประโยชน์ที่เป็นคุณต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม
๕. สัมมาอาชีวะ
สัมมาอาชีวะ คือ การเลี้ยงชีพชอบ การมีอาชีพที่สุจริต ไม่ประกอบมิจฉาอาชีวะ๖๗ และไม่ดำเนินการ Read more »

category: Uncategorized    

ความมุ่งหมายในพระพุทธศาสนาของสัมมาสมาธิ คือ

สัมมาสติ คือ การระลึกชอบ ซึ่งหมายถึงการตั้งสติไว้ที่ฐานทั้ง ๔ ที่เรียกว่า สติปัฏฐาน ๔ คือ กายานุปัสสนา (การพิจารณากาย) เวทนานุปัสสนา (การพิจารณาความรู้สึก) จิตตานุปัสสนา (การพิจารณาจิต) และ ธรรมานุปัสสนา (การพิจารณาธรรมที่เกิดกับจิต)๖๙
ความมุ่งหมายในพระพุทธศาสนาของสัมมาสมาธิ คือ การเจริญสติพัฒนาจิตให้เกิดความสงบและพิจารณาธรรม จนถึงขั้นบรรลุมรรคผลเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นการเจริญสติในขั้นโลกุตตระ ส่วนในแง่ของการดำเนินชีวิตของผู้นำ ซึ่งเป็นการเจริญสติในระดับโลกียะ ซึ่งในระดับโลกียะนี้ สัมมาสติมีความหมายว่า การระลึกรู้ได้ถูกต้องและทันการ (หมายถึงทันต่อเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน) สติระดับโลกิยะนั้นจะต้องคู่กับสัมปชัญญะเสมอ อธิบายง่ายๆ คือ สติ คือ การใส่ใจอยู่กับปัจจุบัน และสัมปชัญญะ คือ การรู้เท่าทันความจริง๗๐
เมื่อมีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันอารมณ์ในปัจจุบัน ปัญญาจะเกิด เมื่อปัญญาเกิด ความเข้าใจในสัจธรรม Read more »

category: Uncategorized